การจะเป็นเจ้าของกิจการได้นั้นไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ความรู้ในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราเป็นเจ้าของเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งความรู้ในการจัดการทั้งระบบการเงิน และระบบจัดการสินค้าก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ความรู้ที่กล่าวถึงจึงไม่ใช่ระดับการศึกษาที่เราเรียนจบมา แต่เป็นเรื่องของความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และความรู้ในการเรื่องของการจัดการธุรกิจ
เจ้าของกิจการจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการทำบัญชีเบื้องต้น อาทิ รายรับ รายจ่าย ต้นทุนสินค้า ขอให้มีการจดบัญชีสม่ำเสมอแยกส่วนของต้นทุนการค้า รายได้ กำไร และค่าใช้จ่ายนอกเหนือ โดยแยกต่างหากอย่างชัดเจนกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตปรกติ เนื่องจากบ่อยครั้งที่พบปัญหาว่าธุรกิจขนาดเล็ก ตัวเจ้าของมักใช้เงินทุน เงินรายได้ และเงินที่ใช้ดำเนินชีวิตปรกติ เป็นเงินก้อนเดียวกัน ซึ่งหลายครั้งเกิดปัญหาเมื่อนำเงนไปใช้จ่ายจะทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจ ไม่มีเงินสำหรับลงทุนซื้อสินค้าเข้าร้าน
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนำเงินไปใช้นอกเหนือจึงสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการกันเงินออกเป็นส่วนๆ อย่างชัดเจน โดยแยกออกเป็น 1) เงินทุน คือ เงินที่ใช้สำหรับใช้จ่ายเพื่อผลักดันธุรกิจของเราให้ดำเนินได้อย่างราบรื่น ประกอบด้วย เงินสำหรับซื้อสินค้า ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์เครื่องมือในการประกอบกิจการ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของเรา 2) เงินกำไรของการประกอบกิจการซึ่งจะเป็นเงินรายได้ที่หักลบกับต้นทุนการค้าแล้วเหลือเป็นส่วนของกำไร ซึ่งเงินส่วนกำไรนี้เองที่เราจะถือเป็นเงินส่วนที่จัดสรรไปใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ เพื่อความสะดวกสบาย หรือค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากการดำเนินกิจการได้
โดยปรกติเงินในส่วนกำไรนั้นผู้ประกอบกิจการขนาดเล็กทั่วไปนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. 30% นำกลับไปรวมกับเงินส่วนต้นทุนเพื่อเพิ่มทุนของกิจการให้มีสภาพคล่องที่ดียิ่งขึ้น และสามารถนำไปจัดซื้อสินค้า หรือขยายกิจการให้มากขึ้น 2. 20% เป็นเงินออมเพื่อเก็บเป็นเงินใช้ยามฉุกเฉิน หรือเป็นเงินก้อนสำหรับลงทุนระยะยาว 3. 50% ใช้เป็นเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของกิจการ อาทิ ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน ค่าท่องเที่ยว หรือค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ
หากเจ้าของธุรกิจ SMEs สามารถแยกสัดส่วนของเงินและทำบัญชีการใช้จ่ายอย่างง่ายๆ ได้อย่างต่อเนื่องเพียงไม่นานก็จะสามารถประเมินธุรกิจที่ทำได้ว่าให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ อีกทั้งจะเห็นแนวโน้มของธุรกิจว่ามีอนาคตที่ดีหรือไม่ดี
โดยส่วนใหญ่ผลกำไรของการค้าขายสินค้าในทุกระดับจะมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี แต่อย่างที่กล่าวมาแล้วปัญหาหลักที่ทำให้ธุรกิจเหล่านั้นดำเนินได้ไม่นานก็คือ การนำเงินทุนไปใช้จ่ายรวมกับยอดเงินอื่นๆ จนในที่สุดเงินทุนก็ถูกใช้ไปหมด และธุรกิจก็หยุดชะงักและต้องหยุดดำเนินการในที่สุด การแก้ไขปัยหาที่เด็ดขาดและได้ผลคือต้องแยกทำปัญหาต้นทุน กำไร ออกจากกันให้ชัดเจน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น